[Fic]Dedicated to Lawrenz
posted on 19 Apr 2005 08:23 by eyukiz in felinfanfic
ชื่อเรื่อง : Dedicated to Lawrenz
ช่วงเวลา : แน่นอนจบภาคสี่
แนว : ไม่รู้เหมือนกันจ้ะ
note : หลังจากช็อคมานิดส์นึงพออ่านภาคสี่จบ...(นิดนึงจิงหรอ)ก็ได้แต่งมันออกมา 5555+ เอาเป็นว่า...หลับหูหลับตาว่าลูคี่ไม่ตายละกันนะ! (ถึงจริงๆแล้วมันจะ...T^T)
+ + + + +
...พี่ชายจ๋า..เหนื่อยหรือยังจ๊ะ...
...เหนื่อยมากนัก..ก็กลับบ้านเรากันเถอะนะจ๊ะ...
"แคลร์...?"นี่คงเป็นความฝัน...ฝันไปเป็นแน่ ก็ในเมื่อแคลร์ตายไปแล้ว...
หรือว่า...
"พี่ลอเรนซ์...เจ็บมากมั้ยจ๊ะ"ร่างโปร่งใสของน้องสาวขยับเข้ามาใกล้ ก่อนจะเอานิ้วไล้ใบหน้าของเขาเบาๆอย่างแสนคิดถึง
"เจ็บ..? เจ็บอะไรหรอแคลร์ แล้วนี่พี่ฝันไปหรอ ถึงเจอเธอได้"
"...พี่จ๋า ลืมไปแล้วหรอ ในหมากกระดานเกียรติยศครั้งสุดท้ายนั่น..."คำพูดเสียงอ่อนจากเจ้าของนัยน์ตาสีเทา พาให้ความทรงจำอันเลือนรางค่อยๆย้อนกลับมา...นัยน์ตาสีม่วงอะมิธิสต์คู่งามปรือลงแช่มช้า ก่อนจะถอนใจยาว
...เขาคงจะประมาทเกินไป ประมาทเกินไปจริงๆ...
เพียงชั่ววูบ..เมื่อนึกถึงเหตุการณ์บนกระดานหมากตอนนั้น ความคิดก็พาให้คิดถึงคนๆนั้น...ที่อยู่เคียงข้างเสมอ ผลจากครั้งนั้นมันจะเป็นอย่างไรบ้าง มันจะยังอยู่รอด...หรือมันจะต้องมาที่สถานที่เดียวกับเขา
ที่ๆไม่มีใครมองเห็น...เว้นแต่มัน
...โลกหลังความตาย...
ถ้าเขาจากไป...มันจะเห็นเขาเหมือนกับที่มันเห็นคนอื่นมั้ย? หรือว่ามันจะหลับหูหลับตา ไม่เห็นเขาอีกต่อไปกัน...
นัยน์ตาคู่สวยปรือลงเเช่มช้า ก่อนที่ความเจ็บปวดจะแล่นพล่านที่บริเวณหัวใจ...ที่ไร้ความรู้สึกของกายมนุษย์โดยสิ้นเชิง
"ตาย...แล้วสินะ"
ใช่...ความตาย เพื่อเอเดน
+ + + + +
หากมีคนผู้หนึ่งที่จากไป...
คนที่จากไป...กับคนที่ยังคงถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง
...ใครกันนะที่จะเจ็บปวดกว่า...
ศึกเเห่งเกียรติยศจบลง...พร้อมกับผู้กล้าหาญที่สละชีวิตเพียงคนเดียวในหมากกระดานนั้น
...ลอเรนซ์ ดอร์น...
ลงแข่งทั้งที่ยังไม่ได้พักผ่อนจากการเดินทางอันยาวไกล...ไม่ได้ดื่มยาประคองพลังชีวิต แปลกนัก...ทั้งที่มันก็มาพร้อมเขา แต่ทำไมถึงทิ้งเขาไว้แค่คนเดียว...
"หืม..ลอรี่ ทำไมทิ้งฉันไว้คนเดียวล่ะ"คำถามพร้อมรอยยิ้มจางบนใบหน้าของซาตานป้อมอัศวิน...
ด้านหลังปราสาทที่อยู่มาตลอดหกปี...นั่นคือที่พำนักของนักบวชผู้ทรงเกียรติแห่งป้อมอัศวินตลอดกาล...ป้ายหินอ่อนปราณีตสั่งตรงจากบ้านเกิดของผู้กล้าหาญ จากแอเรียสแกะสลักงดงาม
Lawrenz Dorn the Priest of Aries...The Great Knight of Edinburg
ดอกไม้สีสวยถูกนำมาเปลี่ยนให้ทุกวัน พร้อมกับเจ้าของฉายาซาตานแห่งป้อมอัศวินที่นั่งนั่งอยู่ข้างๆหลุมศพทุกวันท่ามกลางความห่วงใยของเพื่อนทุกคน
"เดี๋ยวมันจะเหงา"คำพูดกลั้วหัวเราะจากซาตานแห่งป้อมอัศวิน ถึงแม้จะหัวเราะก็เถอะ...แต่ทุกครั้ง ที่ไปนั่งนิ่งอยู่ข้างหลุมศพ เหม่อมองไปไกลสุดขอบฟ้าจากหน้าต่างของห้องที่ว่างเปล่า โดดเดี่ยว อีกครั้ง ไม่มีใครที่ไม่รู้ว่าลูคัสซึมลงไปมากแค่ไหน...แต่จะทำอย่างไรล่ะ
"วันนี้มันก็แปลกๆนะลอรี่ นายไม่อยู่ขว้างมีดใส่ฉันน่ะ ฮะๆ...หนีไปคนเดียว คิดหรอว่าจะหนีฉันพ้น?"พูดกับป้ายหลุมศพ ที่มีรูปถ่ายล่าสุดที่เจ้าตัวถ่ายมา...รูปนักเรียน เมื่อขึ้นปีหก ถ้ามองดีๆจะเห็นแขนเสื้อเขาโผล่ออกมานิดหนึ่งจากข้างๆลอเรนซ์
...ก็ทำยังไงได้ล่ะ ไม่ยอมถ่ายท่าเดียว ก็ต้องบังคับกันนิดหน่อย...จริงมั้ย?...
"วันที่ถ่ายรูปนี้...วันนั้นฉันจำได้ว่า พอฉันลากนายไปถ่ายเสร็จ นายก็ปามีดใส่ฉันใหญ่จนฉันต้องตามไปเก็บถึงแผ่นดินประชาชนแน่ะลอรี่..."พูดไป เจ้าตัวก็ก้มหน้าลงบนพื้นดิน...ปล่อยให้หยาดน้ำตาใสๆหยดลงบนพื้นหญ้าสีเขียวชอุ่ม
"แต่ยังไง...นายก็ไม่อยู่แล้วนี่นะ พูดไปจะได้อะไรขึ้นมา ฉันนี่บ้าจัง"
คำพูดสิ้นหวังที่เรียกเสียงสบถดังลั่นจากท่านผู้คุมกฎผู้ล่วงลับที่แทบจะเตะเจ้าซาตานอมโศกให้กระเด็น...
...ฉันอยู่ตรงนี้ไงไอ้บ้า!...ทำไมถึงมองไม่เห็น ทีวิญญาณอื่นน่ะเห็น(ชิบหาย)...
"...บางทีนายอาจจะไม่รู้ ลอรี่"คำพูดเหมือนจะเจาะจงพูดกับเขาโดยเฉพาะ...เหมือนมันจะรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่
...ฉันไม่รู้อะไร...นายบอกฉันหน่อยได้ไหมลูคัส...
"นายเป็นแสงสว่าง...ลอรี่"เจ้าตัวหยุดไปอึดใจ..."นายไม่รู้เลยหรอว่านายเป็นแสงสว่างของคนมากแค่ไหน...อย่างน้อยก็ของฉัน...หลายสิ่งหลายอย่าง ที่นายส่องนำทางให้ฉัน"ถอนหายใจยาว...ช้า ก่อนที่หันไปเอ่ยลาหลุมศพ
"ต้องไปแล้วสิ...ไว้พรุ่งนี้ฉันจะมาใหม่นะ"
คำพูดลา...ที่พาให้หัวใจของอดีตผู้คุมกฎผู้กล้าหาญบีบแรงด้วยความเจ็บปวด ทรุดลงกับพื้นทั้งที่ไม่ได้อยู่ภายใต้แรงดึงดูด ความรู้สึกบางอย่างในใจมันพาให้อ่อนล้าจนมิอาจทรงตัวอยู่ได้ถึงจะมีเพียงร่างวิญญาณ ...
"โกหกชัดๆ...ถ้าฉันเป็นแสงสว่างจริง...นายก็ควรจะมองเห็นฉันไม่ใช่หรอลูคัส..."
ในความตาย...การมีชีวิตอยู่...คนเป็น...คนตาย...
เพราะไม่เห็น...ไม่รู้ว่ายังคงอยู่ ถึงได้ทุกข์
หรือว่า...เพราะเห็น เพราะรู้ แต่มิอาจยื่นมือเข้าไปได้ ต่อให้พยายามสักเพียงไร จึงได้ทุกข์
+ + + + +
ความตายสำหรับคนๆหนึ่ง...อาจไม่ได้เป็นจุดจบที่เลวร้ายของใครอีกคน...
การเสียสละทั้งชีวิตของคนๆหนึ่งเพื่อเชิดชูตราเเห่งราชันย์ ถูกกล่าวถึงแค่เพียงเศษเสี้ยวของการสัปประยุทธครั้งใหญ่ระหว่างเอเดนกับเดมอส...ณ หมากกระดานเกียรติยศที่ทำให้คนหนึ่งเป็นวีรบุรุษตลอดกาล
ทั่วทั้งผืนแผ่นดิน น้อยคนนักที่จะมาโศกเศร้าเสียใจกับการจากไปของคนเพียงคนเดียวในสนามประลองหมากกระดานเกียรติยศ ทว่า...เขาคนนั้นเป็นวีรบุรุษเสมอ ในใจของคนกลุ่มหนึ่ง
"ในที่สุด...มหาสงครามก็ได้จบลงเสียที" คำกล่าวรายงานผล จากเสนาธิการฝ่ายซ้ายแห่งป้อมอัศวินในการประชุมนักเรียนทั้งเอดินเบิร์ก "เอเดนสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักยิ่งมากมาย...ทั้งไฮคิงเหนือหัวของเรา และผู้กล้ามากมายในสนามรบ จริงๆแล้ว มันอาจจะดูเห็นแก่ป้อมอัศวินไปหน่อย ที่จะเอาชื่อของคนในป้อมเรามากล่าวรายงานท่ามกลางรายงานสงครามที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์...แต่ว่า ผู้ที่อยู่ในสนามวันนั้นน่าจะทราบ ว่าเขาเป็นผู้เสียสละ...เพียงคนเดียวในการประลองครั้งนั้นที่โรงเรียนของเรา!ขอให้ดื่ม...เพื่อลอเรนซ์ ดอร์น เดอะ พรีสต์ ออฟ เเอเรียส ไม่สิ...เดอะ เกรท ไนท์ ออฟ เอดินเบิร์ก!!!"คำกล่าวที่พาให้สมาชิกในป้อมอัศวินทั้งหลาย...เย็นวาบเข้าไปจับหัวใจ การจากไปของผู้คุมกฎลอเรนซ์ ดอร์น
เป็นการเสียสละใหญ่หลวงของคนๆหนึ่งที่ยอมทำเพื่อเชิดชูธงทองของแผ่นดิน
+ + + + +
เพื่อศึกนี้ จะขอหลั่งเลือด พลีชีพ จะไม่มีคำว่าถอย จะขอสู้จนกว่าจะได้ชัย ขอสู้แม้เป็นเพียงคนสุดท้ายหรือคนเดียวที่จะสู้ สู้ให้ประวัติศาสตร์ต้องจารึกว่า ครั้งหนึ่ง ที่นี่ ข้า มีชัยเหนือเดมอส
น้ำเสียงที่บอกความมุ่งมั่น พลังที่เชื่อมต่อด้วยพลัง
ฉับพลันทันใดขุมขนในกายก็พลันลุกซู่ด้วยเลือดที่ร้อนระอุด้วยเกียรติยศและความภาคภูมิเเห่งเอเดน พลังที่จะแปรสงครามที่น่าหวั่นให้กลายเป็นภาระอันศักดิ์สิทธิ์ ให้ความเกรงในความตายกลายเป็นเพียงเศษธุลีผง ให้ความฮึกเหิมในใจบังเกิดเพื่อชัยชนะที่กำลังจะไขว่คว้า
เสียงแก้วใบที่สองทิ้งเพล้งพร้อมรอยยิ้มขยับแย้มบนดวงหน้าของผู้คุมกฎลูคัส ซาโดเรีย
เพื่อแผ่นดินข้าจะขอห้าวหาญ
ตามด้วยแก้วใบที่สามจากมือผู้คุมกฎลอเรนซ์ ดอร์น กับรอยยิ้มที่หาได้ยาก
มุ่งสืบสานปณิธานแห่งความหวัง
จากนั้นเสียงแก้วนับสิบใบก็ทิ้งตัวลงสู้พื้น กับเสียงที่เกือบจะเอ่ยขึ้นพร้อมๆกัน
โบกธงทองลั่นกลองรบดัง
เฟรินแย้มรอยยิ้มพราย ก่อนจับแก้วสุดท้ายมาถือ แล้วทิ้งยังพื้นพร้อมประโยคสุดท้าย
เเสดงพลังนักรบราชา!
เชียรส์ ลอรี่เจ้าของฉายาซาตานแห่งป้อมอัศวินเอ่ยขึ้น แก้วทองคำใส่สุราชั้นดีถูกนำมาวางไว้ที่หน้าหลุมศพ ก่อนที่จะนั่งข้างๆเหมือนทุกวัน โรวี่ท่าทางจะคิดถึงนายมาก...ไม่ใช่โรวี่สินะ ทุกคนเลย ฉันเองก็ด้วย
นายเป็นวีรบุรุษไปแล้วนะลอรี่...ฉันเองก็ยังไม่รู้ว่ามันดีอย่างที่เขาว่าหรือเปล่า มีเพื่อนเป็นวีรบุรุษเนี่ยลูคัสยิ้ม...ก่อนจะเงียบไป อย่างน้อย...ไม่ต้องเป็นวีรบุรุษ แต่ขอให้อยู่ข้างๆเหมือนเดิมก็ยังดี
ตอนนี้นายไปอยู่ในที่ๆฉันมองไม่เห็น นายไปอยู่ในที่ๆฉันตามไปไม่ได้...
แต่ยังไงก็ตาม...สักวันหนึ่ง ฉันก็ต้องหานายให้เจอ วันหนึ่งพอหานายเจอ...ฉันก็จะตามไปอยู่กับนาย....ดีมั้ย?
แต่คงไม่ใช่ตอนนี้หรอก...ในเมื่อเพลงท่อนที่นายร้องก่อนหมากกระดานนั่น...มุ่งสืบปณิธานแห่งความหวัง ใช่มั้ย...ฉันก็จะทำให้นายนะลอรี่ ตอนนี้รอฉันก่อนละกัน
ฉันเชื่อ..ว่านายอยู่ใกล้ๆฉัน ถึงฉันจะมองไม่เห็นนาย ไม่ได้ยินนาย...แต่ยังไงก็เถอะ...สักวันหนึ่ง ฉันก็คงจะมองเห็นนายจนได้แหละ ...
ไม่เป็นไร...อย่างไรก็ตามความตายไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้นายหนีฉันได้ ฉันเชื่ออย่างนั้น...
...ฉันเชื่อนาย ลูคัส...
เจ้าของเรือนผมสีทองแย้มรอยยิ้มบาง...เข้าใจ... อย่างน้อยมันก็ยังรู้สึกถึงตัวตนของเขา...ใกล้ๆนี่
....คงไม่นานเกินรอ กว่าที่จะได้เดินทางร่วมกันอีกครั้ง เพื่อนรัก...
-- เพื่อแผ่นดินข้าจะขอห้าวหาญ
มุ่งสืบสานปนิธานแห่งความหวัง
โบกธงทองลั่นกลองรบก้องดัง
แสดงพลังนักรบราชา
เพื่อแผ่นดินข้าจะขอองอาจ
มุ่งพิฆาตไพรีที่โหมบ่า
ขอปกปักผืนแผ่นดินถิ่นมารดา
เชิดชูค่าผู้รับใช้ธานี
เพื่อแผ่นดินข้าจะขอเปรื่องปราด
ให้ความโอภาศอยู่คู่แดนบุรี
ทั้งกายใจเลือดเนื้อยอมพลี
ประกาศศักดิ์ศรีจอมปราชญ์ราชันย์
เพื่อเเผ่นดินข้าจะขอสละ
อุตสาหะด้วยแรงใจมั่น
หวังให้สุขสถิตย์อยู่ชั่วกัลป์
เหลือนามนิรันดร์ในหัวใจปวงชน --
....ไว้าลัยการจากไปเพื่อแผ่นดินเอเดนตลอดกาล ลอเรนซ์ ดอร์น ....
Fin.
*/แอบต่อ
คือจริงๆแล้วถ้าฉันจะเห็นวิญญาณได้...ก็ต้องตายเกินสามเดือนน่ะนะลอรี่ ฮะๆ...ซาตานแห่งป้อมอัศวินพูดขึ้นมาในวันหนึ่ง...ณ สถานที่เดิม
-....ซวยแล้วมั้ยล่ะ.....-
คำแรกที่ปรากฎในห้วงคิดของลอเรนซ์ ดอร์น ก่อนจะผ่อนลมหายใจยาว...แย้มรอยยิ้มบางที่หาดูได้ยากยิ่ง
...แต่ช่างมันเถอะ...อย่างน้อย...ทั้งมันและเขาก็คงไม่ต้องเหงานานเกินไป...
Truly ending
ช่วงเวลา : แน่นอนจบภาคสี่
แนว : ไม่รู้เหมือนกันจ้ะ
note : หลังจากช็อคมานิดส์นึงพออ่านภาคสี่จบ...(นิดนึงจิงหรอ)ก็ได้แต่งมันออกมา 5555+ เอาเป็นว่า...หลับหูหลับตาว่าลูคี่ไม่ตายละกันนะ! (ถึงจริงๆแล้วมันจะ...T^T)
+ + + + +
...พี่ชายจ๋า..เหนื่อยหรือยังจ๊ะ...
...เหนื่อยมากนัก..ก็กลับบ้านเรากันเถอะนะจ๊ะ...
"แคลร์...?"นี่คงเป็นความฝัน...ฝันไปเป็นแน่ ก็ในเมื่อแคลร์ตายไปแล้ว...
หรือว่า...
"พี่ลอเรนซ์...เจ็บมากมั้ยจ๊ะ"ร่างโปร่งใสของน้องสาวขยับเข้ามาใกล้ ก่อนจะเอานิ้วไล้ใบหน้าของเขาเบาๆอย่างแสนคิดถึง
"เจ็บ..? เจ็บอะไรหรอแคลร์ แล้วนี่พี่ฝันไปหรอ ถึงเจอเธอได้"
"...พี่จ๋า ลืมไปแล้วหรอ ในหมากกระดานเกียรติยศครั้งสุดท้ายนั่น..."คำพูดเสียงอ่อนจากเจ้าของนัยน์ตาสีเทา พาให้ความทรงจำอันเลือนรางค่อยๆย้อนกลับมา...นัยน์ตาสีม่วงอะมิธิสต์คู่งามปรือลงแช่มช้า ก่อนจะถอนใจยาว
...เขาคงจะประมาทเกินไป ประมาทเกินไปจริงๆ...
เพียงชั่ววูบ..เมื่อนึกถึงเหตุการณ์บนกระดานหมากตอนนั้น ความคิดก็พาให้คิดถึงคนๆนั้น...ที่อยู่เคียงข้างเสมอ ผลจากครั้งนั้นมันจะเป็นอย่างไรบ้าง มันจะยังอยู่รอด...หรือมันจะต้องมาที่สถานที่เดียวกับเขา
ที่ๆไม่มีใครมองเห็น...เว้นแต่มัน
...โลกหลังความตาย...
ถ้าเขาจากไป...มันจะเห็นเขาเหมือนกับที่มันเห็นคนอื่นมั้ย? หรือว่ามันจะหลับหูหลับตา ไม่เห็นเขาอีกต่อไปกัน...
นัยน์ตาคู่สวยปรือลงเเช่มช้า ก่อนที่ความเจ็บปวดจะแล่นพล่านที่บริเวณหัวใจ...ที่ไร้ความรู้สึกของกายมนุษย์โดยสิ้นเชิง
"ตาย...แล้วสินะ"
ใช่...ความตาย เพื่อเอเดน
+ + + + +
หากมีคนผู้หนึ่งที่จากไป...
คนที่จากไป...กับคนที่ยังคงถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง
...ใครกันนะที่จะเจ็บปวดกว่า...
ศึกเเห่งเกียรติยศจบลง...พร้อมกับผู้กล้าหาญที่สละชีวิตเพียงคนเดียวในหมากกระดานนั้น
...ลอเรนซ์ ดอร์น...
ลงแข่งทั้งที่ยังไม่ได้พักผ่อนจากการเดินทางอันยาวไกล...ไม่ได้ดื่มยาประคองพลังชีวิต แปลกนัก...ทั้งที่มันก็มาพร้อมเขา แต่ทำไมถึงทิ้งเขาไว้แค่คนเดียว...
"หืม..ลอรี่ ทำไมทิ้งฉันไว้คนเดียวล่ะ"คำถามพร้อมรอยยิ้มจางบนใบหน้าของซาตานป้อมอัศวิน...
ด้านหลังปราสาทที่อยู่มาตลอดหกปี...นั่นคือที่พำนักของนักบวชผู้ทรงเกียรติแห่งป้อมอัศวินตลอดกาล...ป้ายหินอ่อนปราณีตสั่งตรงจากบ้านเกิดของผู้กล้าหาญ จากแอเรียสแกะสลักงดงาม
Lawrenz Dorn the Priest of Aries...The Great Knight of Edinburg
ดอกไม้สีสวยถูกนำมาเปลี่ยนให้ทุกวัน พร้อมกับเจ้าของฉายาซาตานแห่งป้อมอัศวินที่นั่งนั่งอยู่ข้างๆหลุมศพทุกวันท่ามกลางความห่วงใยของเพื่อนทุกคน
"เดี๋ยวมันจะเหงา"คำพูดกลั้วหัวเราะจากซาตานแห่งป้อมอัศวิน ถึงแม้จะหัวเราะก็เถอะ...แต่ทุกครั้ง ที่ไปนั่งนิ่งอยู่ข้างหลุมศพ เหม่อมองไปไกลสุดขอบฟ้าจากหน้าต่างของห้องที่ว่างเปล่า โดดเดี่ยว อีกครั้ง ไม่มีใครที่ไม่รู้ว่าลูคัสซึมลงไปมากแค่ไหน...แต่จะทำอย่างไรล่ะ
"วันนี้มันก็แปลกๆนะลอรี่ นายไม่อยู่ขว้างมีดใส่ฉันน่ะ ฮะๆ...หนีไปคนเดียว คิดหรอว่าจะหนีฉันพ้น?"พูดกับป้ายหลุมศพ ที่มีรูปถ่ายล่าสุดที่เจ้าตัวถ่ายมา...รูปนักเรียน เมื่อขึ้นปีหก ถ้ามองดีๆจะเห็นแขนเสื้อเขาโผล่ออกมานิดหนึ่งจากข้างๆลอเรนซ์
...ก็ทำยังไงได้ล่ะ ไม่ยอมถ่ายท่าเดียว ก็ต้องบังคับกันนิดหน่อย...จริงมั้ย?...
"วันที่ถ่ายรูปนี้...วันนั้นฉันจำได้ว่า พอฉันลากนายไปถ่ายเสร็จ นายก็ปามีดใส่ฉันใหญ่จนฉันต้องตามไปเก็บถึงแผ่นดินประชาชนแน่ะลอรี่..."พูดไป เจ้าตัวก็ก้มหน้าลงบนพื้นดิน...ปล่อยให้หยาดน้ำตาใสๆหยดลงบนพื้นหญ้าสีเขียวชอุ่ม
"แต่ยังไง...นายก็ไม่อยู่แล้วนี่นะ พูดไปจะได้อะไรขึ้นมา ฉันนี่บ้าจัง"
คำพูดสิ้นหวังที่เรียกเสียงสบถดังลั่นจากท่านผู้คุมกฎผู้ล่วงลับที่แทบจะเตะเจ้าซาตานอมโศกให้กระเด็น...
...ฉันอยู่ตรงนี้ไงไอ้บ้า!...ทำไมถึงมองไม่เห็น ทีวิญญาณอื่นน่ะเห็น(ชิบหาย)...
"...บางทีนายอาจจะไม่รู้ ลอรี่"คำพูดเหมือนจะเจาะจงพูดกับเขาโดยเฉพาะ...เหมือนมันจะรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่
...ฉันไม่รู้อะไร...นายบอกฉันหน่อยได้ไหมลูคัส...
"นายเป็นแสงสว่าง...ลอรี่"เจ้าตัวหยุดไปอึดใจ..."นายไม่รู้เลยหรอว่านายเป็นแสงสว่างของคนมากแค่ไหน...อย่างน้อยก็ของฉัน...หลายสิ่งหลายอย่าง ที่นายส่องนำทางให้ฉัน"ถอนหายใจยาว...ช้า ก่อนที่หันไปเอ่ยลาหลุมศพ
"ต้องไปแล้วสิ...ไว้พรุ่งนี้ฉันจะมาใหม่นะ"
คำพูดลา...ที่พาให้หัวใจของอดีตผู้คุมกฎผู้กล้าหาญบีบแรงด้วยความเจ็บปวด ทรุดลงกับพื้นทั้งที่ไม่ได้อยู่ภายใต้แรงดึงดูด ความรู้สึกบางอย่างในใจมันพาให้อ่อนล้าจนมิอาจทรงตัวอยู่ได้ถึงจะมีเพียงร่างวิญญาณ ...
"โกหกชัดๆ...ถ้าฉันเป็นแสงสว่างจริง...นายก็ควรจะมองเห็นฉันไม่ใช่หรอลูคัส..."
ในความตาย...การมีชีวิตอยู่...คนเป็น...คนตาย...
เพราะไม่เห็น...ไม่รู้ว่ายังคงอยู่ ถึงได้ทุกข์
หรือว่า...เพราะเห็น เพราะรู้ แต่มิอาจยื่นมือเข้าไปได้ ต่อให้พยายามสักเพียงไร จึงได้ทุกข์
+ + + + +
ความตายสำหรับคนๆหนึ่ง...อาจไม่ได้เป็นจุดจบที่เลวร้ายของใครอีกคน...
การเสียสละทั้งชีวิตของคนๆหนึ่งเพื่อเชิดชูตราเเห่งราชันย์ ถูกกล่าวถึงแค่เพียงเศษเสี้ยวของการสัปประยุทธครั้งใหญ่ระหว่างเอเดนกับเดมอส...ณ หมากกระดานเกียรติยศที่ทำให้คนหนึ่งเป็นวีรบุรุษตลอดกาล
ทั่วทั้งผืนแผ่นดิน น้อยคนนักที่จะมาโศกเศร้าเสียใจกับการจากไปของคนเพียงคนเดียวในสนามประลองหมากกระดานเกียรติยศ ทว่า...เขาคนนั้นเป็นวีรบุรุษเสมอ ในใจของคนกลุ่มหนึ่ง
"ในที่สุด...มหาสงครามก็ได้จบลงเสียที" คำกล่าวรายงานผล จากเสนาธิการฝ่ายซ้ายแห่งป้อมอัศวินในการประชุมนักเรียนทั้งเอดินเบิร์ก "เอเดนสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักยิ่งมากมาย...ทั้งไฮคิงเหนือหัวของเรา และผู้กล้ามากมายในสนามรบ จริงๆแล้ว มันอาจจะดูเห็นแก่ป้อมอัศวินไปหน่อย ที่จะเอาชื่อของคนในป้อมเรามากล่าวรายงานท่ามกลางรายงานสงครามที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์...แต่ว่า ผู้ที่อยู่ในสนามวันนั้นน่าจะทราบ ว่าเขาเป็นผู้เสียสละ...เพียงคนเดียวในการประลองครั้งนั้นที่โรงเรียนของเรา!ขอให้ดื่ม...เพื่อลอเรนซ์ ดอร์น เดอะ พรีสต์ ออฟ เเอเรียส ไม่สิ...เดอะ เกรท ไนท์ ออฟ เอดินเบิร์ก!!!"คำกล่าวที่พาให้สมาชิกในป้อมอัศวินทั้งหลาย...เย็นวาบเข้าไปจับหัวใจ การจากไปของผู้คุมกฎลอเรนซ์ ดอร์น
เป็นการเสียสละใหญ่หลวงของคนๆหนึ่งที่ยอมทำเพื่อเชิดชูธงทองของแผ่นดิน
+ + + + +
เพื่อศึกนี้ จะขอหลั่งเลือด พลีชีพ จะไม่มีคำว่าถอย จะขอสู้จนกว่าจะได้ชัย ขอสู้แม้เป็นเพียงคนสุดท้ายหรือคนเดียวที่จะสู้ สู้ให้ประวัติศาสตร์ต้องจารึกว่า ครั้งหนึ่ง ที่นี่ ข้า มีชัยเหนือเดมอส
น้ำเสียงที่บอกความมุ่งมั่น พลังที่เชื่อมต่อด้วยพลัง
ฉับพลันทันใดขุมขนในกายก็พลันลุกซู่ด้วยเลือดที่ร้อนระอุด้วยเกียรติยศและความภาคภูมิเเห่งเอเดน พลังที่จะแปรสงครามที่น่าหวั่นให้กลายเป็นภาระอันศักดิ์สิทธิ์ ให้ความเกรงในความตายกลายเป็นเพียงเศษธุลีผง ให้ความฮึกเหิมในใจบังเกิดเพื่อชัยชนะที่กำลังจะไขว่คว้า
เสียงแก้วใบที่สองทิ้งเพล้งพร้อมรอยยิ้มขยับแย้มบนดวงหน้าของผู้คุมกฎลูคัส ซาโดเรีย
เพื่อแผ่นดินข้าจะขอห้าวหาญ
ตามด้วยแก้วใบที่สามจากมือผู้คุมกฎลอเรนซ์ ดอร์น กับรอยยิ้มที่หาได้ยาก
มุ่งสืบสานปณิธานแห่งความหวัง
จากนั้นเสียงแก้วนับสิบใบก็ทิ้งตัวลงสู้พื้น กับเสียงที่เกือบจะเอ่ยขึ้นพร้อมๆกัน
โบกธงทองลั่นกลองรบดัง
เฟรินแย้มรอยยิ้มพราย ก่อนจับแก้วสุดท้ายมาถือ แล้วทิ้งยังพื้นพร้อมประโยคสุดท้าย
เเสดงพลังนักรบราชา!
เชียรส์ ลอรี่เจ้าของฉายาซาตานแห่งป้อมอัศวินเอ่ยขึ้น แก้วทองคำใส่สุราชั้นดีถูกนำมาวางไว้ที่หน้าหลุมศพ ก่อนที่จะนั่งข้างๆเหมือนทุกวัน โรวี่ท่าทางจะคิดถึงนายมาก...ไม่ใช่โรวี่สินะ ทุกคนเลย ฉันเองก็ด้วย
นายเป็นวีรบุรุษไปแล้วนะลอรี่...ฉันเองก็ยังไม่รู้ว่ามันดีอย่างที่เขาว่าหรือเปล่า มีเพื่อนเป็นวีรบุรุษเนี่ยลูคัสยิ้ม...ก่อนจะเงียบไป อย่างน้อย...ไม่ต้องเป็นวีรบุรุษ แต่ขอให้อยู่ข้างๆเหมือนเดิมก็ยังดี
ตอนนี้นายไปอยู่ในที่ๆฉันมองไม่เห็น นายไปอยู่ในที่ๆฉันตามไปไม่ได้...
แต่ยังไงก็ตาม...สักวันหนึ่ง ฉันก็ต้องหานายให้เจอ วันหนึ่งพอหานายเจอ...ฉันก็จะตามไปอยู่กับนาย....ดีมั้ย?
แต่คงไม่ใช่ตอนนี้หรอก...ในเมื่อเพลงท่อนที่นายร้องก่อนหมากกระดานนั่น...มุ่งสืบปณิธานแห่งความหวัง ใช่มั้ย...ฉันก็จะทำให้นายนะลอรี่ ตอนนี้รอฉันก่อนละกัน
ฉันเชื่อ..ว่านายอยู่ใกล้ๆฉัน ถึงฉันจะมองไม่เห็นนาย ไม่ได้ยินนาย...แต่ยังไงก็เถอะ...สักวันหนึ่ง ฉันก็คงจะมองเห็นนายจนได้แหละ ...
ไม่เป็นไร...อย่างไรก็ตามความตายไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้นายหนีฉันได้ ฉันเชื่ออย่างนั้น...
...ฉันเชื่อนาย ลูคัส...
เจ้าของเรือนผมสีทองแย้มรอยยิ้มบาง...เข้าใจ... อย่างน้อยมันก็ยังรู้สึกถึงตัวตนของเขา...ใกล้ๆนี่
....คงไม่นานเกินรอ กว่าที่จะได้เดินทางร่วมกันอีกครั้ง เพื่อนรัก...
-- เพื่อแผ่นดินข้าจะขอห้าวหาญ
มุ่งสืบสานปนิธานแห่งความหวัง
โบกธงทองลั่นกลองรบก้องดัง
แสดงพลังนักรบราชา
เพื่อแผ่นดินข้าจะขอองอาจ
มุ่งพิฆาตไพรีที่โหมบ่า
ขอปกปักผืนแผ่นดินถิ่นมารดา
เชิดชูค่าผู้รับใช้ธานี
เพื่อแผ่นดินข้าจะขอเปรื่องปราด
ให้ความโอภาศอยู่คู่แดนบุรี
ทั้งกายใจเลือดเนื้อยอมพลี
ประกาศศักดิ์ศรีจอมปราชญ์ราชันย์
เพื่อเเผ่นดินข้าจะขอสละ
อุตสาหะด้วยแรงใจมั่น
หวังให้สุขสถิตย์อยู่ชั่วกัลป์
เหลือนามนิรันดร์ในหัวใจปวงชน --
....ไว้าลัยการจากไปเพื่อแผ่นดินเอเดนตลอดกาล ลอเรนซ์ ดอร์น ....
Fin.
*/แอบต่อ
คือจริงๆแล้วถ้าฉันจะเห็นวิญญาณได้...ก็ต้องตายเกินสามเดือนน่ะนะลอรี่ ฮะๆ...ซาตานแห่งป้อมอัศวินพูดขึ้นมาในวันหนึ่ง...ณ สถานที่เดิม
-....ซวยแล้วมั้ยล่ะ.....-
คำแรกที่ปรากฎในห้วงคิดของลอเรนซ์ ดอร์น ก่อนจะผ่อนลมหายใจยาว...แย้มรอยยิ้มบางที่หาดูได้ยากยิ่ง
...แต่ช่างมันเถอะ...อย่างน้อย...ทั้งมันและเขาก็คงไม่ต้องเหงานานเกินไป...
Truly ending

ฮืฮฮืฮ........ ไว้อาลัยแก่การจากไปของลอเรนซ์ ดอร์น
#1 By natalie (203.151.140.111 /203.113.45.68) on 2005-05-22 22:08