happy New Year 2010!!
posted on 01 Jan 2010 00:02 by eyukiz
Happy New Year!!!!!
วันนี้เป็นวันสุดท้ายของปี 2009 และเป็นวันสุดท้ายของทศวรรษนี้อีกด้วย!!
ไม่อยากจะเชื่อว่าปีนึงนี่ผ่านไปไวจริงๆ. . . อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะเป็นปี 2010 แล้ว ตื่นเต้นๆ
ลิสท์เหตุการณ์คร่าวๆที่เกิดขึ้นในปีนี้ =]
- เริ่มต้นปีด้วยการเล่าเรียนศึกษา บ้าพลังทำดีไซน์ฟันด์กับรูปปั้นบวบ
- กินนอนที่ห้องว่างในคณะโดยที่อาจารย์และจนท.ไม่รู้เลย กับเพื่อนนับสิบชีวิตเป็นเวลาหลายเดือน มีเต้นท์ มุมเลี้ยงสัตว์ ครัว สายแลน ปลั๊ก ฟูกนอน เสื่อน้ำมัน หมอน กระต่าย กิ้งก่า มากมาย สนุกสนาน
- ดราฟท์เทคดรอคืนสุดท้ายก่อนส่ง(ทุกแผ่น) เสร็จตอนเจ็ดโมงเช้า
- ถึงเวลาหยุดเพื่ออ่านหนังสือสอบตอนไฟนอลปีหนึ่งก็หนีไปเที่ยวทะเลกับเพื่อนๆพี่ๆแก๊งลูกเจี๊ยบที่บ้านมุกใส ก่อนจะบึ่งกลับมาสอบวิชาสุดท้าย ปิดเทอม!
- ทำพาร์ทไทม์ตลอดปิดเทอม
- จองตั๋วไปเกาหลีก่อนบินหนึ่งอาทิตย์
- ก่อนหน้านั้นรังเกียจเกาหลีและไม่มีความสนใจใดๆในนักร้อง ไอดอล ซีรีย์ นิยาย แฟชั่น เครื่องสำอางค์ และอาหารเกาหลีเลยแม้แต่น้อย เอ่อ. .. อิฉันเป็นแอนตี้โคเรีย ใครจะทำไม!!
- มีความรู้สึกที่ดีขึ้นกับประเทศที่ว่านั้นมากขึ้น แต่ไม่ได้ใส่ใจและหลงรักอะไรไปมากกว่าเมียงดง ทงแดมุน และเอเวอร์แลนด์
- ตอนนั้นไม่สามารถแยกหน้านักร้องเกาหลีคนไหนได้เลยนอกจากห้าคนในดงบัง และ'เทมโป' บิ๊กแบง
- หิ้วของจากโคเรียกลับมามากมายประหนึ่งแจกฟรี นอกจากเครื่องสำอางค์ไฟลท์บังคับแล้วยังมีถุงเท้าเทมจี ของฝากให้มวภ. ด้วย
- มนวิภาส่งฟิคมาให้อ่าน
- และกลัวว่าจะจิ้นหน้าไม่ออกจึงส่งเอ็มวีมากมายประดังประเดถาโถมเข้ามา this love ,haru haru, lie และที่ขาดไม่ได้ Lollipop (ที่เมื่อก่อนไม่ได้ใส่ใจเอ็มวีนอกจาก โทสับไปไหนวะแสด)
- ไปโคเรีย 13-20 เมษาในฐานะแอนตี้ และกลายเป็นเทมจีซัพพอร์ทเตอร์ในวันที่ 22 เมษาฯ
- ปัจจุบันแอบเป็น AVI ; A(nti) VI. แบบเบาบางร่วมกับชาวทีตภพหลายชีวิต
- เป็นผู้ร่วมในโมเมนต์การสถาปนานามควอนนิสต์ ปริซึม กวีซุน และเป็นผู้ขนานนาม Shortest ให้วายบี (เป็นความภาคภูมิใจ)
- โดนครอบงำด้วยจางกึนซอก(โดเรมีฟาโซลาทีโด) และนิยายของควิยอนี
- หยุดฟัง lollipop ไม่ได้ไปหลายเดือน จากนั้นด้วยความบ้าคลั่งจึงได้ไปปล่อยของและให้กำเนิดวีไอพีเพิ่มขึ้นอีกหลายตน
- เนื่องจากโคเรียและสุราที่เสพมากไปในปีหนึ่งเป็นเหตุ จึงทำห้น้ำหนัก (ที่ไม่ได้เบาเท่าไหร่แต่แรก) พุ่งไป ณ 7x
- รับไม่ได้ จึงทำการเข้าคอร์สนรก กินข้าวเช้า ผักกลางวัน และน้ำเปล่าจนถึงเช้าอีกวันหนึ่ง งดขนม นม เนย น้ำตาล ทุกสิ่งทุกอย่าง ออกกำลังกายรวมแล้ววันละสอง-สามชั่วโมง
- เดือนแรกหายไปหกโล มาพร้อมอาการอะนอเร็กเซียอ่อนๆ
- เปิดเทอม เจอคอร์สนรกเช่นกัน แต่เป็นเรื่องเรียน
- จากเมษาฯถึงปัจจุบัน หายไปทั้งหมด 15 กิโลกรัมกว่าๆ
- แต่ก็ยังมีความโรคจิตในการกินหลงเหลืออยู่บ้าง. . .
- กำลังจะตบะแตกเพราะสตาร์บั๊คส์อาทิตย์ละสามแก้ว
- ติดทวิตเตอร์
- ติดจริงๆ ให้ตายเถอะ
- คุยกับเพื่อนในทวีตภพมากกว่าเพื่อนจริงๆไประยะหนึ่ง
- ค้นพบสิ่งศักดิ์สิทธิ์จากเกาหลี โค้ดเนม GD
- รอโซโล่มัน ตื่นตกใจ ตระหนก และลุ้น มากมาย
- แต่สุดท้ายก็ปลง ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ถ้ากรูชอบก็โอเค๊ะ
- ปลายๆปี ฟัง 2NE1 มากกว่าบีบี =3=
- ตอนนี้สามารถอ่านตัวอักษารเกาหลีได้(บ้าง) จากการฝึกสอนของขิม
- ดูซีรีย์มากเกินไป ฟังญี่ปุ่นกับเกาหลีซ้อนกัน ทำให้เกิดความยากลำบากในการฟัง พูด อ่าน เขียน ยิ่งนัก
- ทำไมไม่พูดถึงเรื่องเรียนเลย?
- ดีไซน์งานแรกคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่สิบสามกว่าๆ เต็มยี่สิบ
- แต่ได้คะแนนเต็มจากอาจารย์คนนึงนะเออ
- โปรเจ็กต์ที่สองทำที่บดกระเทียม ซึ่งอิฉันไม่อยากบด. . .ทุบแม่งเลย
- ออกมาเป็นเขียงที่มีที่ทุบกระเทียมแบบ massive ทน ถึก อลังการ เปรี้ยงเดียวกระเทียมแหลกหมดกอง
- จะพูดถึงโปรเจกต์สามดีมั้ย?
- เอาเป็นว่าหล่อซิลิโคนออกมาได้เป็นเต้าหู้ คะแนนก็รู้กัน
- วิชาพรีเซนต์เป็นวิชาเดียวของเทอมที่แล้วที่ได้เอ
- วิชาโมเดลเมกกิ้งให้ก็อปตลับเมตรออกมาให้เหมือน เพิ่งรู้ว่ามีประโยชน์ (แต่เสียตังไปเกือบหมื่นป่ะ?)
- แมททีเรียลไซแอนซ์แอนด์โปรเซส ตั้งใจเรียนมากเพราะอาจารย์หล่อบาดใจราวกับเด็กอายุยี่สิบแม้อายุเฉียดสี่สิบและมีเมียแล้ว อย่างไรก็ตามดันทำข้อสอบไม่ได้เพราะลืมท่องตารางและไม่ได้จดเข้าไป ควายนิดนึง
- ปิดเทอมเล็กสั้นมากเพราะต้องทำงานส่ง อย่างไรก็ตามเราใช้ชีวิตอย่างเป็นสุข หลับหูหลับตาไม่มองถึงวันเวลาและอนาคตการศึกษาข้างหน้า
- เพราะงั้นพอเปิดมาจึงตกใจแทบสิ้นสติเมื่อเจอร้อยเสก็ต หกสิบเสก็ตม็อกอัพห้าอัน ม็อกอัพอีกห้าอันพร้อมแบบไฟนอล แบบไฟนอลกว่าและเทคดรอ
- ขัดไม้สักหนา 10*10 cm ให้กลายเป็นไม้สักกลวงผนังหนาเพียง 5 mm (ความช่วยเหลือจากหนุ่มๆโต๊ะใกล้ๆ)
- ทำงานไม่หลับไม่นอนแบบนับไม่ถ้วน
- ตอนหลังเปลี่ยนเป็น นอนหลับพักผ่อนไม่สนงาน
- งานสองทำหมากรุกไทย ตอนนี้เริ่มเล่่นเป็นละ
- ทำ 3D เป็นแล้ว!
- เก่งไม่เก่งเป็นอีกเรื่อง
- ไอดีมีคนออกไปอีกสี่คน ตอนแรกเข้ามา 40 ปัจจุบัน 21 คน =A=
- มีน้องรหัสแก่กว่าปีนึง . . . .
- พาพี่รหัสไป outback steak เพื่อให้พี่เค้าเลี้ยง คริคริ
- เปลี่ยนมือถือบ่อยมาก F330 > samsung star > iPhone > AINO
- รอโลลิป๊อปจนซื้อไอโน พอโลลิป๊อปจะออกก็อยากได้ ฮือ
- ตัดผมสั้นครั้งแรกที่ 106 studio
- และก็ตัดมาเรื่อยๆ จะไม่เปลี่ยนร้านแม้จะแพงจับใจ
- มีความสุขและเสื่อมปนๆกันไป แต่โดยรวมก็ดีมาก
จะว่าไปก็มีอะไรๆที่ไม่ได้เขียนเยอะแยะมากมายสุดๆไปเลย =w= แต่ถ้าจะลิสท์ให้ครบก็คงต้องใช้เวลาน้านนาน
เป็นปีที่ดี . . .
ขอบคุณทุกคนที่ทำให้เราได้มีปีดีๆ แบบนี้ โดยเฉพาะขิม ฝน ทิพ ตาล จี๊บ กริด เพื่อนๆในคณะและทวีตภพ
เรารักคุณ ฮ่าๆๆๆ
=]
=]
Tomorrow is Christmas, please be happy and healthy. Let's celebrate this cheerful festival together!
บล็อกนี้ก็ห้าปีแล้วสินะ. . .
*/ปาดน้ำตา
เราจะอยู่ด้วยกันไปนานๆชิมิน้องบล็อก
Title: Reflection
Chapter : Intro
Fandom: BIGBANG [TOPGD]
Genre: Yaoi, AU, Comedy, Drama
Author: EyukiZ
Rating: PG-15
note : เคาะสนิม. . . */กร๊องแกร๊ง~
ในเวลาแบบนี้ คนทั่วไปเขากำลังทำอะไรกันอยู่นะ?
นั่นคือคำถามที่ควอนจียงและนักศึกษาวิชาดีไซน์ทั่วโลกต้องถามตัวเองตลอดเวลา. . .
-------------
“โอ๊ย. . .เชี่ยจี ขอให้หมามึงตาย!!!”
ควอนจียงมองแอลจีอารีน่าสีเงินในมือด้วยความตกใจไม่มากก็น้อย เสียงสัญญาณที่ถูกตัดยังสะท้อนก้องในหู ทว่าไม่ได้ทรงพลังเท่ากับคำพูดสุดท้ายก่อนจะจบบทสนทนา
หมามึงตาย
หมามึงตาย
หมามึงตาย!!!
ทงยองเบที่จียงรู้จักเป็นคนใจดี อ่อนโยน เข้าอกเข้าใจ ให้อภัยคนง่าย รักหมา และ เตี้ย. . . เป็นไปไม่ได้ที่มันจะแช่งลูกชายที่น่ารักของเขาในสถานการณ์ปกติ
ด้วยความวิตก เขาถึงกับเดินไปเช็คสวัสดิภาพของลูกหมาตัวเล็กน่ารัก ขนาดกำลังพอฟัดพอเหวี่ยงกับลูกหมูที่บ้านญาติเขาในกวางจู -- หมาหน้าย่นดิ้นขลุกขลักไปมา พยายามขดตัวเข้าหาผ้าห่มลายฟองน้ำเกย์สีเหลืองบาดตา
เมื่อสักครู่นี้เป็นเวลาตีหนึ่งสามสิบหกนาที . . . เขาจำได้ว่ากำลังนั่งหงุดหงิด คิดงานไม่ออกอยู่พักใหญ่ก่อนจะเผลอกดเบอร์โทรศัพท์ของยองเบแล้วโทรออกตามนิสัย กว่าจะรู้ตัวว่าปกติมนุษย์ทั่วไปเขาเข้านอนกันหมดแล้วก็จังหวะที่โดนด่านั่นแหละ
ด้วยความที่ไม่มีอะไรทำ(เพราะยังคิดงานไม่ออก) ร่างโปร่งทรุดตัวลงนั่งหน้าโต๊ะเขียนแบบขนาด A0 มือเรียวหยิบปากกาขึ้นมาเคาะกับผิวกระจกฝ้าของโต๊ะตามความเคยชิน
ตารางเวลาการทำงานที่หนักหน่วงของสาขาวิชาได้ทำให้นาฬิกาชีวิต กลไกร่างกาย รวมไปถึงความสามารถในการคิดเชิงตรรกกะเสื่อมโทรม ถดถอย ผุพัง และย่ำแย่อย่างร้ายกาจ
แย่ขนาดไหน . . .ก็คือมันทำให้เขาลืมไปเสียสนิทว่าคนธรรมดาต้องใช้ชีวิตกันอย่างไร -- คิดแล้วก็รู้สึกผิดต่อเพื่อนที่เพิ่งโดนรบกวนสวัสดิภาพในการนอนมาหมาดๆเมื่อสักครู่
คือถ้าทำได้ก็อยากจะโทรศัพท์ไปขอโทษเพื่อนอีกสักทีแต่ก็คงเป็นเรื่องที่ชั่วที่สุดเท่าที่มิตรจะพึงปฏิบัติต่อกัน จียงจึงตัดสินใจวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะแล้วพยายามรวบรวมสมาธิที่กระจัดกระจายให้เข้ารูปเข้ารอย
อย่างไรก็ตาม. . .อุณหภูมิที่เย็นลงตามเวลาก็ชวนให้เกิดอาการง่วงเหงาหาวนอนขึ้นมาง่ายๆ เด็กหนุ่มเลยตัดสินใจเดินไปล้างหน้าในห้องน้ำเพื่อไล่ความง่วงอันไม่พึงประสงค์ออกไป. . .
. . .น้ำอุ่นจัดที่ไหลมาตามท่อชวนให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย จียงวักน้ำขึ้นล้างหน้าคู่กับสบู่ล้างหน้า soap-free ยี่ห้อดัง พยายามระมัดระวังไม่ให้แขนเสื้อเปียกน้ำ (เพราะนั่นอาจก่อให้เกิดปัญหากับกระดาษเขียนแบบที่แปะอยู่บนโต๊ะได้) -- มือเรียวควานหาผ้าเช็ดหน้าที่แขวนอยู่บนราวก่อนจะเงยหน้ามองตัวเองในกระจก
เป็นปกติที่ใบหน้าของนักเรียนดีไซน์ในช่วงส่งงานจะทรุดโทรมจนเกินพอดี ควอนจียงจ้องเงาสะท้อนในกระจกอย่างหงุดหงิดใจกับใต้ตาดำ และรอยหมองคล้ำจากการจ้องแสงไฟเป็นเวลานานที่เกิดขึ้นมาได้ระยะหนึ่งแล้ว
นี่ขนาดว่าเขาลงทุนไปไถหัวมาเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปกับการดูแลผมแพลตินัมบลอนด์สว่างสดใสพริ้วไหวดุจเส้นไหมจากแคชเมียร์พวกนั้นแล้วนะ!!. . . ทำไมถึงยังได้ดูโทรมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน. . .
มือขวาที่เริ่มแดงขึ้นนิดหน่อย(อาจเพราะใช้น้ำร้อนเกินไป) วักน้ำอุ่นขึ้นมาล้างหน้าเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะยกขึ้นลูบซ้ายลูบขวาอย่างพินิจพิเคราะห์-- เขาเคยอ่านจากนิตยสารผู้หญิงที่ขโมยพี่ดามีมาหลายเล่มว่าการใช้น้ำเย็นล้างหน้าในฤดูหนาวเป็นสิ่งไม่ค่อยดี ให้สลับไปใช้น้ำอุ่นบ้างเพื่อให้เลือดไหลเวียน
อันที่จริงมันก็ดูมีเหตุผล เอาจริงๆก็คือจะมีใครทะลึ่งเอามือไปจุ่มน้ำเย็นๆแล้วเอามาล้างหน้าในวันที่ท่อประปามีอุณหภูมิต่ำกว่าศูนย์องศากันวะ!!
เสียงเตือนเบาๆจากนาฬิกาบอกให้รู้ว่าเวลาสองนาฬิกาได้มาถึงแล้ว และนั่นก็หมายความว่าเขาควรจะต้องกลับไปทำในเรื่องที่ควรทำเสียที
จียงโยนผ้าขนหนูหมาดๆลงไปในตระกร้าผ้าไม้ไผ่สานสำหรับเก็บผ้าขนหนูใต้อ่างล้างหน้า -- ดวงตาเรียวรีเหลือบเช็คใบหน้าตัวเองเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะก้าวออกจากห้องน้ำเพื่อไปทำงานต่อ
ทว่าวันนี้มีอะไรบางอย่างที่แปลกไปในเงาสะท้อน. . .แปลกมากจนต้องเดินกลับมาซูม 4x อีกครั้งหนึ่งเลยทีเดียว
. . .ไม่มีรอยคล้ำรอบตา ไม่มีร่องรอยแห่งความทรุดโทรม. . .
ควอนจียงยกมือขึ้นแตะกระจกเงาบานโตในห้องน้ำอย่างตื่นตกใจ -- ตัวเขาในกระจกดูแปลกตา การล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นมันดีขนาดนี้เชียวหรือนี่!!!!
โครงหน้าคมสวยไม่มีที่ติ จมูกโด่งเป็นสัน ดวงตาคมมีรอยพับสวยเป็นธรรมชาติ และยังมีริมฝีปากบางๆที่เผยอออกนิดหน่อยด้วยความตกตะลึง
ไม่มีตำหนิใดๆบนผิวเรียบลื่น ไม่มีริ้วรอย ไม่มีไฝใต้ตา ไม่มีผมโมฮอกที่เพิ่งไปทำมา ไม่มีรอยเจาะหู. . .
ควอนจียงขมวดคิ้ว ก้มลงไปมองเสื้อยืดลายปรินต์ของดีไซน์เนอร์หน้าใหม่ที่ตัวเองใส่อยู่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเงาในกระจกที่สวมสูทผ้าเรียบลื่นเนื้อดี . . .น่าจะเป็นของดิออร์
ที่สำคัญ. . .ไม่มีรอยย่นระหว่างคิ้วแม้เขาจะแน่ใจว่ากำลังใส่แรงเข้าไปที่กล้ามเนื้อหน้าอย่างเต็มความสามารถ ไม่มีแม้แต่เงาของมือที่แตะลงบนกระจก
เอาจริงๆนะ . . . ควอนจียงกำลังแน่ใจ
ว่า
คนในกระจก. . .ไม่ใช่เขาแหง
For Sure!!
“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก”
TBC.
footnote: รู้สึกได้ถึงสนิมที่เกาะกุมตามข้อ. . . การที่ไม่ได้เขียนอะไรเป็นชิ้นเป็นอันในช่วงเวลายาวๆที่มันส่งผลจริงๆสินะ TAT
พยายามจะไม่ให้เป็นเรื่องยาว เพราะคนเขียนเองก็สรรหาเวลาปลีกตนออกจากช็อปไม้ ห้องคอม สตูดิโอ (รวมถึงทวิตเตอร์) ได้ยากเหลือเกิน. . . วอนผู้อ่าน(ที่เราแอบคุ้นหน้าคุ้นตา)มาช่วยกันร่วมลุ้นให้ข้าพเจ้าสามารถเข็นจนจบได้ในเร็ววันด้วยเถิด TwT)y สู้ว ว ว